♥..วิ่งตามอะไรกันในชีวิต..

Posted: มิถุนายน 10, 2009 in song @ poem

มีเรื่องเล่าว่า… มีพระองค์หนึ่ง…ชอบทำอะไรแปลกๆ…
วันหนึ่ง…พวกกรุงเทพฯ…เอากฐินไปทอดที่วัด…
จัดงานกันใหญ่โต…มีหนัง…มีลิเก…มีดนตรี…
ผู้คนแห่กันมามืดฟ้ามัวดิน…
ก่อนทอดกฐิน..ผู้คนมารวมกันเต็มศาลา…
หลวงพ่อเรียกเด็กวัดมา…
บอกให้ไปเอาเนื้อจากโรงครัวมาก้อนหนึ่ง…แล้วเอาเชือกมาด้วย…
 หลวงพ่อจัดการ…เอาเนื้อ…ผูกติดกับหลังหมา…
 ผูกเสร็จ…ก็ปล่อยหมา … หมาเห็นเนื้ออยู่บนหลัง…ก็ไล่งับ…
 พอหัวโดดงับ…ตัวก็ขยับหนี…
 เพราะหมามันกัดหลังตัวเองไม่ถึง…
 ยิ่งโดดงับเร็ว…ก้อนเนื้อก็หนีเร็ว…
โดดไม่หยุด…เนื้อก็หนีไม่หยุด…น่าสงสารหมามาก…
 หมาโดดอยู่นาน…งับเท่าไหร่…เนื้อก็ไม่เข้าปากสักที… 
ผู้คนบนศาลา…พากันหัวเราะชอบใจ…
 หัวเราะเยาะหมา…ว่าทำไมมันถึงโง่ยังงี้… ไล่งับ…จะกินเนื้อ…
ที่ตัวเองไม่มีทางไล่ตามทัน ตลอดชีวิต…
 หลวงพ่อ…มองดูด้วยความสนุกสนานจนหนำใจแล้ว…
ก็แก้เชือกออกจากหลังหมา… แล้วหันมาพูดกับญาติโยมว่า…
มนุษย์เรา…มีความรู้สึกว่า…ตัวเองพร่อง…ตัวเองยังไม่เต็ม…
ต้องเติมตลอดเวลา…เติมไม่หยุด…เพื่อให้ตัวเองเต็ม…
เราอยากสวย…อยากทันสมัย… 
ไปหาซื้อเสื้อผ้าที่สวยที่สุด…ทันสมัยที่สุดใส่…
 ดีใจได้เดือนเดียว…มีรุ่นใหม่ออกมาอีกแล้ว…
สวยกว่า…ทันสมัยกว่า…
อยากได้โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่… ซื้อเสร็จ ๓ เดือน…
รุ่นใหม่ก็โผล่มาอีกแล้ว…
ซื้อคอมพิวเตอร์ทันสมัยที่สุด… ๒ เดือนต่อมา..
มีรุ่นใหม่กว่าออกมา…ของเราตกรุ่น…
ซื้อรถเบนซ์…ทันสมัยที่สุด…แพงมาก…
ขับได้ ๖ เดือน…มีรุ่นใหม่ออกมาอีกแล้ว…
ทันสมัยกว่า…แพงกว่า…ของเรากลายเป็นเชย…
 เราต้องก้มหน้าก้มตา…ทำงานทั้งวัน ทั้งคืน…
หาเงินมา… เพื่อมาทำให้ตัวเองทันสมัย…
 ซื้อเสื้อผ้าใหม่…มือถือใหม่…
คอมพิวเตอร์ใหม่…รถยนต์คันใหม่…

เหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส… เพื่อไม่ให้ตัวเองตกรุ่น…
 ปัจจุบัน… เรากำลังไล่งับความทันสมัย…
เหมือนหมาที่ไล่งับเนื้อบนหลังของมัน…
ทั้งที่รู้ว่า…ต่อให้ไล่งับทั้งชีวิต…ก็ไม่มีทางตามทัน…
น่าสงสารไหมโยม…
คนเต็มศาลา…เมื่อกี้หัวเราะครึกครื้น… ด่าว่า…หมามันโง่…
 ตอนนี้เงียบสนิท…เหมือนไม่มีคนอยู่…
ไม่รู้ว่า…กำลังสงสารหมา…
หรือ…กำลังทบทวนความโง่…ตัวเอง

(โดยจั่นเจา/ทำดีดอทเน็ต)

ความเห็น
  1. นายหัวแหวน พูดว่า:

    หลวงพ่อก็กล่าวเกินไป ในความเป็นจริง ใคร!จะเปลี่ยน ซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่ คอม.รุ่นใหม่ รถเบ็นซ์รุ่นใหม่ ทุกระยะที่ออกมาใหม่ ขนาดนั้น ฮืมมม ท่านคิดของท่านไปเอง แต่กำลังมีคนคิดตาม… – ถ้าปัญญายังไม่เต็ม ผมจะแสวงหาตลอดเวลา ตัวผมเอง..โง่ไหม? – ถ้าลักษณะนิสัยยังไม่ดี ผมจะสร้างเสริมอยู่เสมอ ตัวผม..โง่หรือเปล่า? – ถ้ามีหน้าที่ให้ต้องกระทำ ผมจะทำตามหน้าที่ตลอดชีวิต ผม..โง่ใช่หรือไม่? เรื่องบางเรื่อง มันต้อง..ทำตลอดเวลา..ต้องตามตัวเองให้ทัน..หรือเปล่า ครับ หลวงพ่อ

  2. นายหัวแหวน พูดว่า:

    ครับ.. พระท่านคงเปรียบเทียบให้ฟัง คงไม่ถึงกับเปลี่ยนตลอดเวลา เข้าใจครับ นายหัวก็คิดตามแตกยอดออกไป ตามประเด็นข้างล่าง.. – ถ้าปัญญายังไม่เต็ม ผมจะแสวงหาตลอดเวลา ตัวผมเอง..โง่ไหม? – ถ้าลักษณะนิสัยยังไม่ดี ผมจะสร้างเสริมอยู่เสมอ ตัวผม..โง่หรือเปล่า? – ถ้ามีหน้าที่ให้ต้องกระทำ ผมจะทำตามหน้าที่ตลอดชีวิต ผม..โง่ใช่หรือไม่? เรื่องบางเรื่อง มันต้อง..ทำตลอดเวลา..ต้องตามตัวเองให้ทัน..หรือเปล่า +++ไม่ตอบให้ด้วย …คิดเห็นว่าพรือมั่ง ครับ

  3. นายหัวแหวน พูดว่า:

    ครับ.. พระท่านสอนเรื่องของความอยากมีไม่สิ้นสุด พยายามดิ้นรนคว้ามา คือ..ตัณหาที่ผมตั้งประเด็นไว้ ก็เป็นความอยาก มันก็เป็น ตัณหา เช่นกัน เพียงแต่ มันเป็นส่วนดี ถึงแม้ตัณหาเป็นธรรมชาติฝ่ายอกุศล แต่เมื่อมองอีกมุมหนึ่ง ตัณหาก็มีส่วนดี และเป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนที่จะต้องมี จะตัดออกไปไม่ได้(นอกจากอริยบุคคล) จึงไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป เพราะตัณหาที่อยากทำดีก็มีมาก และเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเจริญก้าวหน้าของตนเองและสังคม แม้แต่ผู้รักษาศีลทำบุญทำทานภาวนา ก็เพื่อหวังผลในชาติหน้าหรือหวังนิพพาน ซึ่งนับเป็นตัณหาอย่างหนึ่ง ความสำคัญของการดำรงตนของมนุษย์ก็คือการคุมระดับตัณหาให้อยู่ในความพอดี ขอรับกระผม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s